จากใจครูธรรมดาคนหนึ่ง…. ถึงนักเรียนที่รักทุกคน

0
2208

ดิฉันเคยเป็นครูมาก่อน ถึงตอนนี้จะไม่ได้เป็นแล้วแต่ก็อยากจะบอกความในใจ ที่ครูอยากให้ศิษย์แต่ละคนได้รับรู้ไว้ ซึ่งเรื่องเหล่านี้บางครั้งก็พูดไม่ได้ …เพราะด้วยความเป็นครูนี่แหล่ะค่ะ ทำให้ต้องแสร้งเข้มแข็ง

ครูอยากให้นักเรียนของครูทุกคนเป็นคนดี … ฟังดูง่ายไหมคะ แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่ง่ายแบบนี้เลย ครูธรรมดาอย่างดิฉันได้รับมอบหมาย ให้ดูแลนักเรียนประจำชั้น 40-50 คน และสอนนักเรียนเฉลี่ยวันละ 4-5 ชั่วโมง รวมจำนวนนักเรียนที่สอนได้ร่วมครึ่งพัน

แต่ละวันในชั้นเรียน … ดิฉันจะสังเกตความประพฤติและอารมณ์ของของนักเรียน ไปพร้อมๆกับทำการสอนไปด้วย ว่านักเรียนเข้าใจที่ดิฉันพูดไหม … ทะเลาะกันไหม วันนี้มีใครหน้าเศร้าหม่นหมองบ้างไหม มีอะไรที่ครูธรรมดาคนนี้จะช่วยได้ไหม … อ้าว… แย่ละสิ ยังสังเกตไม่ครบถ้วนเลย หมดคาบสอนซะแล้ว หนึ่งคาบช่างสั้นเหลือเกิน

…แย่แล้ว ดิฉันควรทำอย่างไร ในเมื่อทุกวันนี้สังคมและผู้ปกครองต่างมอบหมายให้ครูธรรมดาอย่างดิฉันดูแลลูกศิ ษย์ให้ทั่วถึงทุกคนให้ได้ภายใน 1 วันอันแสนสั้น พูดง่ายแต่ในทางปฏิบัติช่างทำยากเหลือเกิน ….หากใครเคยดูละครทีวีไปด้วย พูดโทรศัพท์ไปด้วยคงเข้าใจว่าตัวเองเรามักจะเก็บรายละเอียดของละครได้ไม่หมดแถม บางทีก็คุยโทรศัพท์ไม่ปะติดปะต่อ การสอนไปด้วยและสังเกตนักเรียนแต่ละคนไปด้วยมันเป็นเหมือนกับการแบ่งสมองให้ทำส องอย่างในเวลาเดียวกัน และจะให้ได้ดีทั้งสองอย่างก็ยากดีแท้

ว่างจากคาบสอนดิฉันมาตรวจข้อสอบตรวจการบ้าน … ซึ่งเป็นเรื่องที่ดิฉันให้สำคัญมาก ต้องตรวจด้วยความเที่ยงธรรม นักเรียนทำการบ้านผิดได้ แต่ครูจะสะเพร่าตรวจผิดไม่ได้ … ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ต้องรักษาหน้า แต่เพราะการตัดสินชี้ขาดในความถูกต้องของเนื้อหาวิชา เป็นสิ่งที่ครูธรรมดาอย่างดิฉัน ต้องทำให้สมบูรณ์

อ้าว…ตายล่ะ ใกล้บ่ายสามโมงแล้วหรือ วันนี้ดิฉันนัดคุยกับเด็กนักเรียนคนหนึ่งไว้ตอนบ่ายสามโมง เธอค่อนข้างจะเกเรไปหน่อยขาดเรียนบ่อยครั้ง งานไม่ค่อยส่ง ดิฉันใช้วิธีอบรมก็แล้ว หักคะแนนก็แล้ว จูงใจเธอก็แล้ว แต่เธอไม่สนใจเลย เนื่องจากเธอมีแนวคิดที่ว่า ถึงตกสอบซ่อมไปก็ผ่าน ถึงสอบไม่ผ่านอีกก็ย้ายโรงเรียนซะ พ่อแม่เธอมีอิทธิพล พอที่จะคุยกับฝ่ายปกครองได้ แล้วครูอย่างดิฉันจะทำอย่างไร ตอนนี้ดิฉันจึงหยุดงานทั้งหมดเสีย เพื่อที่จะได้มีสมาธิคุยกับเธออย่างเปิดใจ ให้เต็มที่ แต่ระหว่างนั้นก็มีนักเรียนคนอื่นๆ เทียวเข้าเทียวออกเพื่อพบดิฉัน เพื่อให้ดิฉันให้คำปรึกษาในเรื่องต่างๆ

4 โมงครึ่งแล้ว เธอไม่มา … นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอไม่มาตามนัด เพราะเธอไม่เห็นความจำเป็นอะไร ที่ต้องคุยกับดิฉันอีกกระมัง คราวหน้าถ้าดิฉันเจอเธอ ดิฉันก็คงได้แต่ถามสาเหตุที่เธอหายไป .. แล้วก็ว่ากล่าวเธอตามสมควร ผลน่ะหรือ ดิฉันรู้ล่วงหน้า …. เธอไม่แยแสหรอก ตราบใดที่ไม่ใช่ไม้เรียว เธอก็ไม่เคยเกรงกลัว …

หลายต่อหลายครั้งที่ดิฉันไม่เข้าใจว่า ระบบไม้เรียวมันเลวร้ายมากหรืออย่างไร ก่อนหน้าที่กม.จะห้ามมิให้ครูลงโทษนักเรียนด้วยไม้เรียว ครูธรรมดาอย่างดิฉันก็เคยใช้ไม้เรียวแค่นับครั้งได้ และก็ใช้ตามความจำเป็น โดยไม่เคยตีรุนแรงเลยสักครั้ง ไม้เรียวสำหรับดิฉันไม่ใช่อาวุธปืน ที่ใช้หมายมั่นจะยิงนักเรียนให้ถึงตาย แต่มันเปรียบได้กับการอยู่ในกรอบและบทลงโทษ นักเรียนเกเรที่ดิฉันเเคยสอนและจบการศึกษาไปได้ดี เคยบอกกับดิฉันในวันไหว้ครูว่า

“ไม้เรียวที่ครูตีแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลยสักครั้ง จริงๆนะครับ ” เด็กหนุ่มซึ่งเคยเป็นนักเรียน ทำหน้าทะเล้น

“แล้วอยากโดนอีกไหมล่ะจ๊ะ” ดิฉันถาม

“ไม่เอาล่ะครับ เกรงใจ” เขายิ้มแหะๆ แล้ววิ่งไปแบบอายๆ

ดิฉันอยากบอกว่าสิ่งที่ครูต้องการให้เกิดขึ้นจากปลายไม้เรียวไม่ใช่ความเจ็บปวด ของลูกศิษย์ ….แต่บทเรียนที่เค้าได้รับคือเค้าได้ถูกตัดสินจากครูว่าเค้าถูกลงโทษแล้ว ความรู้สึกผิดที่เค้าถูกทำโทษนั้นต่างหากที่จะเป็นตัวยับยั้งไม่ให้เค้าทำผิดซ้ ำผิดซ้อน

ทุกวันนี้… ครูไม่มีสิทธิลงโทษนักเรียน ไม่มีสิทธิ์ให้บทเรียนแก่นักเรียนอีกแล้ว ผู้หลักผู้ใหญ่คนไหนกันนะที่คิดว่าการหักคะแนน ถือเป็นบทลงโทษนักเรียน ช่างคิดประหลาดเหลือเกิน … ทำไมเค้าถึงคิดว่านักเรียน ที่ไม่สนใจการเรียนจะกลัวการหักคะแนน … พิลึกดีแท้

วันรุ่งขึ้น ดิฉันเจอเธอ… เด็กที่ผิดนัดพร้อมกับผู้ปกครองของเธอ และครูฝ่ายปกครอง ผู้ปกครองท่านนั้นต่อว่าดิฉันสาดเสียเทเสียว่าดิฉันปล่อยปละละเลยลูกของแก เมื่อวานเด็กคนนี้โดดเรียนช่วงบ่าย 3 ออกไปหาแฟนหนุ่มที่หอพักและพ่อแม่เด็กสืบรู้เลยตามไปจับได้ขณะมีอะไรกันกับแฟน

“ครูมัวไปทำอะไรอยู่ ปล่อยให้ลูกผมหนีไปอยู่กับผู้ชาย”..

“ครูไม่ทำหน้าที่ของครูเลยนะ ไม่รู้หรือไงว่ารัฐบาลเค้ารณรงค์ให้ครูเอาใจใส่นักเรียน แล้วครูนอกคอกอย่างคุณมันน่าเป็นครูมั้ยล่ะเนี่ย”..

“ครูไร้จิตสำนึกที่สุด ลูกผมผิดอะไรครูถึงหักคะแนนลูกผมซะอย่างนี้ จงใจให้ลูกผมตกใช่มั้ย มิน่าล่ะลูกผมถึงเกลียดโรงเรียนนัก เพราะครูเฮงซวยแบบนี้นี่เอง”

“แล้วอย่ามาทำลูกผมเจ็บเชียวนะ อย่าให้รู้นะว่าครูแอบตีลูกผม ถ้าทำอย่างนั้นผมจะเอาเรื่องครูให้ถึงที่สุด”
ฯลฯ

สิ่งที่ดิฉันได้แต่คิดในใจก็คือ ดิฉันทำหน้าที่ครูอย่างเต็มกำลังแล้ว ตั้งใจสอน ตั้งใจเอาใจใส่นักเรียน แปลว่าการที่ฉันอบรมเด็กประจำชั้นสี่สิบกว่าชีวิตให้เป็นคนดีได้ แต่มีนักเรียนที่ดิฉันเป็นห่วงคนนี้เพียงคนเดียวก่อเรื่องขึ้นมา ความพยายามที่ผ่านมาของดิฉันถูกตีค่าว่าสูญเปล่าหรือนี่

จะให้ดิฉันทำอย่างไร ในเมื่อห้ามดิฉันแตะต้องลูกคุณ แต่คุณกลับต้องการให้ดิฉันล่ามโซ่ที่มองไม่เห็นไว้กับเด็กคนนี้ ดิฉันจะเอาอำนาจใดๆมายื้อยุดไม่ให้เด็กคนนี้ไปไหนตามใจ ในเมื่อขนาดคุณซึ่งเป็นพ่อเป็นแม่อยู่ด้วยกันกับลูกมาเป็นสิบๆปี ยังอบรมลูกให้เป็นดั่งใจไม่ได้

แล้วดิฉันคนเดียว กับเด็กประจำชั้นอีก 50 และเด็กที่สอนอีกครึ่งพัน
พวกคุณคาดหวังให้ดิฉันทนุถนอมกล่อมเกลี้ยให้ได้ดั่งใจคุณทุกคนอย่างนั้นเชียวหร ือ

คุณคาดหวังให้ดิฉันใช้สายตาที่มีเพียงคู่เดียวของดิฉัน จ้องมองลูกของคุณเพียงคนเดียวหรืออย่างไร แล้วศิษย์คนอื่นๆเล่า ดิฉันก็ต้องดูแลพวกแกเช่นกัน

คุณคาดหวังจะให้สองมือนี้ของดิฉันโอบอุ้มแกไว้ ราวกับว่าทั้งชั้นเรียนนี้มีเพียงเธอคนเดียวที่เป็นลูกศิษย์ดิฉันเช่นนั้นหรือ แล้วเด็กๆอีกหลายสิบคนที่รอคำปรึกษาจากดิฉันเล่า จะให้ดิฉันช่วยเหลือเด็กเหล่านั้นตอนไหน

คุณคาดหวังจะให้สองขานี้ของดิฉันวิ่งไล่ตามลูกคุณไปทุกทิศทุกทางเลยหรืออย่างไร แล้วเด็กคนอื่นที่หกล้มพลาดพลั้งอยู่ภายในโรงเรียนเล่า จะไม่ให้ดิฉันได้เดินไปหาเด็กคนอื่นเลยหรืออย่างไร

สุดท้ายนี้คุณคิดว่าดิฉันดีใจหรือที่เด็กคนนี้พลาดพลั้งไป ดิฉันในฐานะครูก็เสียใจไม่แพ้คุณ น้ำตาที่ไหลออกมาต่อหน้าคุณตอนนี้ไม่ใช่ความเสียใจที่ถูกต่อว่า แต่เป็นความเจ็บใจอย่างถึงที่สุดของดิฉันที่ไม่สามารถเยียวยานักเรียนที่รักคนน ี้ได้ทันเวลา

จะผิดไหมหากจะบอกว่าดิฉันท้อ….
จะผิดไหมที่ครูธรรมดาคนนี้จะสู้ไม่ไหว….

ความอดทนอดกลั้นของดิฉันมันถึงที่สุดแล้ว
คำว่าครูมันช่างเป็นภาระหนักอึ้ง
และคนบกพร่องอย่างดิฉันคงเป็นครูที่ดีไม่ได้

หน้าที่ความรับผิดชอบที่ทุกคนในสังคมถ่ายโอนให้ มันมากมายทับถมเกินกว่าที่ดิฉันจะรับไหว

เหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง
และครั้งนี้ดิฉันตัดสินใจให้มันเป็นครั้งสุดท้าย

ดิฉันลาออก!

ทุกวันนี้ดิฉันอาจข้อความต่างๆในกระทู้แล้วดิฉันสะท้อนใจ
ทำไมนะ ทุกครั้งที่เด็กคนหนึ่งคนใดผิดพลาด
จะต้องมีการพิพากษาครูด้วยทุกครั้ง

ถึงนักเรียนที่รักของครู
ขอบคุณสำหรับช่อดอกไม้ ที่มีให้ครูในวันที่ครูเดินจากไป
ขอบคุณสำหรับจดหมายหลายฉบับ ที่ส่งมาให้กำลังใจครูคนนี้ให้ต่อสู้ไป
ขอบคุณสำหรับโทรศัพท์ที่โทรมาแสดงความคิดถึง และหวังให้ครูธรรมดาคนนี้กลับไปหาพวกเธออีกครั้ง

นักเรียนที่รักของครู
ครูคนนี้เลวเหลือเกิน
ที่ไม่อาจช่วยเหลือเพื่อนของหนู ให้เป็นคนดีได้
ถึงวันนี้ครูจะไม่ได้เป็นเรือจ้างอีกแล้ว …เป็นแค่พนักงานเอกชนธรรมดาคนหนึ่ง
ที่มีเงินเดือนสูงกว่า ….. งานเบากว่า ……….. ภาระที่แบกบนบ่าน้อยกว่า………
แต่ครูก็ยังไม่มีความสุข …ครูรู้สึกผิด เหมือนมีบางอย่างที่ติดค้างอยู่ในใจ

นักเรียนที่รักทุกคน
ขอให้มีครูที่ดีกว่าครูนะคะ
“ขอให้เป็นคนดี”
………………..

ขอบคุณข้อมูลจาก : dek-d.com
ขอบคุณทุกภาพประกอบ

อย่าลืมกดถูกใจเพจผิดเป็นครู ไว้ด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดข่าวครู สื่อการเรียนการสอนของครูจากเรา เพราะเราอยากเห็นคุณครูมีความสุข

Comments

comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here